แปลจาก...Word History ของ McDougal Littel
แปลโดย...ทรงศักดิ์ สายหยุด

แคว้นซูเมอร์

แคว้นซูเมอร์ (Sumer)
สังคมที่เจริญรุดหน้า
ทางเมโสโปเตเมียตอนใต้ มีผู้คนที่เรียกว่า สุเมเรียน (หรือสุเมเรีย) ได้พัฒนาอารยธรรมเป็นแห่งแรกของโลก แล้วย้อนกลับ ไม่มีใครรู้ว่า ชาวสุเมเรียนมาจากไหนและอพยพเข้าสู่ภูมิภาคนี้เมือ่ไร  อย่างไรก็ตาม เมื่อประมาณ 3000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวสุเมเรียนหลายแสนคน ได้ตั้งรกรากอยู่ในเมโสโปเตเมีย ในแผ่นดินที่พวกเขาเรียกว่า ซูเมอร์ (Sumer)  ชาวสุเมเรียนได้สร้างสังคมที่เจริญก้าวหน้า ณ บริเวณนี้

นครรัฐแห่งแคว้นซูเมอร์
คนส่วนใหญ่ในแคว้นซูเมอร์เป็นเกษตรกร พวกเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นชนบท   อย่างไรก็ตาม ศูนย์กลางสังคมของชาวสุเมเรียน ก็เป็นพื้นที่ที่เป็นเมือง เมืองแรกในแคว้นซูเมอร์มีผู้คนอาศัยอยู่ประมาณ 10,000 คน เมื่อเวลาผ่านไป เมืองก็เจริญเติบโตขึ้น นักประวัติศาสตร์คิดว่า เมื่อประมาณ 2000 ปี ก่อนคริสตกาล เมืองของแคว้นซูเมอร์บางเมือง มีผู้คนอาศัยมากกว่า 100,000 คน
เป็นผลให้หน่วยการเมืองขั้นพื้นฐาน รวมกันเป็นสองส่วน เรียกว่า นครรัฐ (city-state)  ประกอบไปด้วยเมืองและชนบททั้งหมดที่อยู่รอบ ๆ เมือง ชนบทจำนวนมากถูกปกครองโดยนครรัฐแต่ละนครรัฐ ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของทหาร นครรัฐที่เข้มแข็งกว่าจะปกครองเนื้อที่ขนาดใหญ่
นครรัฐในแคว้นซูเมอร์ต่อสู้กับนครรัฐอื่น ๆ เพื่อแย่งที่ทำมาหากิน เนื่องจากความขัดแย้งเหล่านี้ นครรัฐจึงได้สร้างกองทัพให้เข้มแข็ง ชาวสุเมเรียน ยังได้สร้างกำแพงหนาแข็งแรงรอบ ๆ เมืองเพื่อป้องกันเมือง
นครรัฐที่เป็นเอกเทศมีอำนาจและสูญอำนาจอยู่ตลอดเวลา  เมื่อประมาณ 3500 ปี ก่อนคริสตกาล นครรัฐคิช (Kish) เรืองอำนาจโดยสิ้นเชิง ผ่านไปอีกหนึ่งพันปี นครรัฐ ชื่อ อูรุก (Uruk) และอูร์ (Ur) ได้ต่อสู้กันเพื่อแย่งกันปกครอง กษัตริย์ของเมืองอูรุกองค์หนึ่ง ชื่อ กิลกาเมช (Gilgamesh) กลายเป็นตำนานบุคคลสำคัญในตำนานของวรรณคดีสุเมเรียน

กำเนิดจักรวรรดิอัคคาเดียน (Akkadian Empire)
ในไม่ช้า สังคมอีกสังคมหนึ่งก็พัฒนาขึ้นตามแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส ซึ่งชาวอัคคาเดียนสร้างขึ้น ชาวอัคคาเดียแค่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นซูเมอร์ ไม่ใช่ชาวสุเมเรียน และยังพูดภาษาแตกต่างจากชาวสุเมเรียน อย่างไรก็ตาม ทั้ง ๆ มีความแตกต่างกัน ชาวอัคคาเดียนและชาวสุเมเรียน ก็อยู่ด้วยกันอย่างสันติสุขเป็นเวลาหลายปี
ความสงบสุขนั้นได้ถูกทำลาย ในศตวรรษที่ 2300 ปี ก่อนคริสตกาล เมื่อกษัตริย์ซาร์กอน (Sargon) พยายามที่จะขยายดินแดนอัคคาเดีย พระองค์ทรงสร้างเมืองหลวงใหม่ ชื่อ อักกาด (Akkad) บนฝั่งแม่น้ำยูเฟรติส ใกล้บริเวณที่เป็นกรุงแบกแดดในปัจจุบัน กษัตริย์ซาร์กอนเป็นคนแรกที่มีกองทัพเข้มแข็ง พระองค์ทรงใช้กองทัพทำสงครามกับอาณาจักรใกล้เคียงเป็นชุด ๆ
ทหารของกษัตริย์ซาร์กอนได้โจมตีนครรัฐแห่งแคว้นซูเมอร์ทุกหนทุกแห่ง ทหารเหล่านั้นยังพิชิตเมโสโปเตเมียตอนเหนือได้อีก ในที่สุด ภูมิภาคนั้นทั้งหมดก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ซาร์กอน ด้วยการพิชิตเหล่านี้ กษัตริย์ซาร์กอนจึงได้สถาปนาจักรวรรดิเป็นแห่งแรกของโลก หรือเป็นดินแดนที่มีอาณาเขตและผู้คนที่แตกต่างกันอยู่ภายใต้การปกครองแต่ผู้เดียว  จักรวรรดิอัคคาเดียน ยาวเหยียดตั้งแต่อ่าวเปอร์เซียไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

กษัตริย์ซาร์กอนเป็นจักรพรรดิ หรือผู้ปกครองจักรวรรดิของพระองค์ เป็นเวลามากกว่า 50 ปี  อย่างไรก็ตาม จักรวรรดิก็ยืนหยัดอยู่ได้เพียงหนึ่งศตวรรดิหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ ต่อมาผู้ปกครองหลายคนก็ไม่สามารถจะรักษาจักรวรรดิให้ปลอดภัยจากผู้รุกรานได้  ชนเผ่าผู้เป็นปรปักษ์จากด้านตะวันออก ก็บุกเข้ายึดเมืองอักกาด จึงเกิดศตวรรษแห่งความโกลาหลตามมา
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด นครรัฐอูร์แห่งแคว้นซูเมอร์ จึงสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้งและพิชิตเมโสโปเตเมียอีกส่วนหนึ่ง ความมั่นคงทางการเมืองก็ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ชาวสุเมเรียนจึงกลายเป็นอารยธรรมที่มีอำนาจมากที่สุดในภูมิภาคอีกครั้งหนึ่ง

ศาสนาก่อรูปร่างเป็นสังคม
ศาสนาเป็นสิ่งที่สำคัญมากในสังคมสุเมเรียน  ในความเป็นจริง ศาสนามีบทบาทเกือบทุกด้านของชีวิตทั่วไปและส่วนตัว  หลายแนวทาง ที่ศาสนาเป็นพื้นฐานทุกสิ่งทุกอย่างของสังคมสุเมเรียน

ศาสนาของชาวสุเมเรียน
ชาวสุเมเรียนนับถือเทพเจ้าหลายองค์ บูชาพระเจ้าหลายองค์ บรรดาเทพเจ้าเหล่านั้น ที่พวกเขานับถือมากที่สุด คือ เทพเจ้าเอนลิล (Enlil) ซึ่งเป็นเจ้าแห่งอากาศ เทพเจ้าเอนกิ (Enki) ซึ่งเป็นเจ้าแห่งปัญญา และเทพีอินันนา (Inanna) ซึ่งเป็นเทพีแห่งความรักและสงคราม นครรัฐแต่ละนครรัฐถือว่าเทพเจ้าเป็นผู้ปกปักษ์รักษาเป็นพิเศษ
ชาวสุเมเรียนเชื่อว่า เทพเจ้าของพวกเขามีอำนาจชั่วร้าย เทพเจ้าอาจจะดลบันดาลผลผลิตที่ดีหรือน้ำท่วมย่อยยับให้ก็ได้  อาจจะดลบันดาลความเจ็บได้ป่วยหรือสุขภาพดีและความมั่งให้ก็ได้  ชาวสุเมเรียนเชื่อว่า ความประสบผลสำเร็จในทุก ๆ ที่ของชีวิตขึ้นอยู่กับความพอใจของเทพเจ้า ชาวสุเมเรียนทุกคนจึงมีหน้าที่ในการบริการและสักการะเทพเจ้าทั้งหลาย
         นักบวช คือผู้ที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา จะมีสถานะที่ยิ่งใหญ่ในแคว้นซูเมอร์ ประชาชนจะพึ่งพาอาศัยนักบวชเพื่อให้ช่วยอ้อนวอนให้เทพเจ้าพอใจ นักบวชจะแปลความปรารถนาของเทพเจ้าและทำพิธีบูชายัญแก่เทพเจ้าเหล่านั้น ของบูชายัญเหล่านี้จะทำขึ้นในวิหาร ซึ่งเป็นอาคารพิเศษสำหรับนักบวชทำพิธีกรรมทางศาสนา






จักรวรรดิของซาร์กอน
จักรวรรดิซาร์กอนเมื่อ 2330 ปี ก่อนคริสตกาล
การจัดระเบียบทางสังคมของชาวสุเมเรียน
เนื่องจากสถานภาพของนักบวชเหล่านั้น จึงมีตำแหน่งในการจัดลำดับชั้นทางสังคมของแคว้นซูเมอร์  การแบ่งชนชั้นทางสังคม นักบวชอยู่ระดับล่างเพียงแค่กษัตริย์ กษัตริย์ของซูเมอร์อ้างว่าตนเองได้รับเลือกจากเทพเจ้าให้มาปกครอง
ชนชั้นที่อยู่ระดับล่างของนักบวชคือช่างฝีมือ พ่อค้า และผู้ประกอบการค้าขาย ผู้มีทักษะของซูเมอร์ การค้าขายมีผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่กับสังคมสุเมเรียน ผู้ประกอบการค้าขายจะเดินทางไปยังสถานที่ไกลออกไปและแลกเปลี่ยนข้าวกับทอง เงิน ทองแดง ไม้แปรรูป และหินมีค่า
ชนชั้นระดับล่างพ่อค้า คือ ชาวนาและกรรมกร เป็นชนชั้นผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก ทาสอยู่ระดับล่างของระเบียบทางสังคม

ผู้ชายและผูหญิงในแคว้นซูเมอร์
ผู้ชายและผู้หญิงชาวสุเมเรียนมีบทบาทแตกต่างกัน โดยทั่วไป ผู้ชายจะถืออำนาจทางการเมืองและออกกฎหมาย ในขณะที่ผู้หญิงจะดูแลบ้านและลูก ๆ โดยปกติแล้วการศึกษาจะสงวนไว้เฉพาะผู้ชาย แต่ผู้หญิงในชนชั้นสูงบางคนก็ได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี
นครรัฐอูร์
อูร์เป็นเมืองยุคแรกสุดและใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งของเมโสโปเตเมียโบราณ ศูนย์กลางการค้าชายและท่าเรือที่ยิ่งใหญ่เป็นที่พำนักของผู้คนอย่างคร่าว ๆ 30,000 คน  เมืองอูร์ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำยูเฟรติสใกล้อ่าวเปอร์เซียดำเนินการค้าขายกับพ่อค้าจากแดนไกล เช่น อินเดีย ภาพวาดนี้ เมืองอูร์มองดูคล้ายกับรุ่งเรืองประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตกาล
สังคมสุเมเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่มแตกต่างกัน ภาพวาดโบราณนี้แสดงให้เห็นผู้นำชาวสุเมเรียนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะของทหาร ในขณะที่นักดนตรีก็เล่นดนตรีของตนเอง

กษัตริย์ซาร์กอน

กษัตริย์ซาร์กอน (Sargon)
ครองราชย์ 2334 – 2279 ก่อนคริสตกาล
ตามตำนาน ชาวสวนคนหนึ่งพบเด็กทารกคนหนึ่งถูกใส่ในตะกร้าลอยน้ำมาบนแม่น้ำและยกย่องให้เด็กทารกนั้นเป็นบุตรของตนเอง  ต่อมา ทารกนี้ก็คือกษัตริย์จักรพรรดิซาร์กอนแห่งอัคคาเดียน  ตอนเป็นหนุ่ม กษัตริย์ซาร์กอนรับใช้อูร์-ซาบาบา (Ur-Zababa) กษัตริย์แห่งเมืองคิช ต่อมา กษัตริย์ซาร์กอนได้ก่อการกบฎผู้ปกครองสุเมเรียน ยึดเมืองและสร้างเมืองอักกาดให้มีอำนาจทางทหาร พระองค์เป็นผู้นำทางทหารคนแรกที่ใช้กองทัพทหารมีอาวุธเป็นธนูและลูกศร ซาร์กอนได้รับความจงรักภักดีจากทหารเนื่องจากพระองค์รับประทานอาหารกับทหารทุกวัน